
มาตรการดังกล่าวจะเข้ามาแทนที่มาตรการคุ้มครองการนำเข้าเหล็ก (Steel Safeguard) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
กระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษระบุในเอกสารแนวปฏิบัติว่า ปริมาณโควตานำเข้าเหล็กที่ได้รับการยกเว้นภาษีจะถูกปรับลดลง 60% เมื่อเทียบกับมาตรการเดิม ขณะที่การนำเข้าเหล็กที่เกินโควตาจะถูกเรียกเก็บภาษี 50% เพิ่มขึ้นจากอัตรา 25% ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดโควตาภาษีรายประเภท (Tariff-Rate Quotas) ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เหล็ก 20 ประเภท โดยจะบริหารจัดการโควตาเป็นรายไตรมาส พร้อมระบุประเภทสินค้า ปริมาณเหล็กที่สามารถนำเข้าโดยไม่เสียภาษี และอัตราภาษีสำหรับการนำเข้าที่เกินโควตา
มาตรการใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเหล็กที่รัฐบาลอังกฤษเปิดตัวเมื่อเดือนมี.ค. โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศเป็นสูงสุด 50% จากปัจจุบันที่ราว 30% พร้อมส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ